10 กุมภาพันธ์ 2554

คนกรุงรถเสียไม่ต้องตกใจ กด 1137

ผมได้รับเมล์มาจากพี่น้องคริสเตียนท่านหนึ่ง ส่ง Forward Mail มาให้ เมื่ออ่านดูแล้วคิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์ ผมจึงลองโทรไปตามหมายเลข 1137 เพื่อตรวจสอบว่าจริงหรือไม่ ปรากฎว่า ไปติดที่ จส.100 ครับ เลยสอบถามว่า เป็นบริการอย่างไร จึงได้คำตอบมาว่า เป็นศูนย์ประสารความช่วยเหลือ จะมีช่างอาสา มาช่วย ช่างอาสา ก็คือ คนที่ใช้รถใช้ถนนอยู่ในขณะนั้น เช่น อาจจะเป็นแท็กซี่ หรือบุคคลทั่วไปที่ฟังจส.100 อยู่ในขณะนั้น ผ่านมาให้ความช่วยเหลือ เช่น พวงแบ็ตเตอรี่ ช่วยลากไปอู่ หรือลากกลับบ้านเป็นต้น แต่เมื่ออ่านดูเนื้อหาปรากฎว่า เป็นการรวมตัวกันของอู่ซ่อมรถ และช่างในพื้นที่ต่างๆ ซึ่งร่วมมือกับสน.ในพื้นที่กรุงเทพฯ ครับ

ผมเห็นว่าเป็นประโยชน์ดี เลยเอามาแบ่งปันให้กับเพื่อนๆทุกท่านครับ ลองอ่านรายละเอียดดูนะครับ


รถเสีย   กด 1137   

ชาวกรุงซึ้งน้ำใจรถเสีย
ไม่ต้องตกใจ กด  1137   เรียกใช้บริการช่างซ่อมอาสาได้ฟรี ตลอด  24  ชั่วโมง ตามโครงการ 'ปันน้ำใจช่วยเหลือรถจอดเสียกลางทาง'   ช่วยป้องกันทั้งโจรในคราบพลเมืองดีและภัยสุภาพสตรีที่รถเกิดเสียกลางทาง     

การแข่งขันที่สูงในสังคมปัจจุบัน ทำให้ผู้คนในสังคมต่างดิ้นรนเอาตัวรอด   ส่งผลให้ผู้คนเห็นแก่ตัวมากขึ้น เสียสละต่อผู้อื่นน้อยลง และไม่อยากไปยุ่งเกี่ยวเรื่องของคนอื่น

แต่ก็ยังมีผู้คนจำนวนหนึ่งแม้จะไม่มากนัก 
  แต่ก็พร้อมจะทำงานที่เสียสละช่วยเหลือคนอื่น โดยไม่มุ่งหวังสิ่งตอบแทน   อย่างกลุ่มคนในโครงการ 'ปันน้ำใจช่วยเหลือรถจอดเสียกลางทาง'   

นายกฤตวิทย์ ศรีพสุธา เจ้าของโครงการ กล่าวถึงที่มาโครงการนี้ ว่า   เห็นข่าวผู้หญิงรถเสียในเวลากลางคืนและเกิดปัญหาอาชญากรรมตามมาโดยพวกมิจฉาชีพคอยทำร้ายร่างกาย ปล้นชิงทรัพย์ รวมไปถึงทำตัวเป็นพลเมืองดีในคราบโจรแล้วน่าเป็นห่วง   

นอกจากนี้จากการสำรวจดู ยังพบว่า  มีรถเก่าจอดเสียอยู่ข้างทางและไม่มีใครดูแล จึงได้หารือกับ พล.ต.ต.ภาณุ เกิดลาภผล ผบก.จร.  เพื่อหาทางแก้ไขให้ประชาชนมีที่พึ่ง เพราะเชื่อว่าในสังคมไทยยังมีคนดีอยู่อีกจำนวนมาก 

บทสรุปที่ได้ คือ ให้ตำรวจแต่ละท้องที่จัดหาอู่ซ่อมรถ จัดซื้อรถลาก รถยกไว้ให้บริการ โดยมีตำรวจโครงการพระราชดำริมาร่วมด้วยช่วยกัน ปรากฏว่าเจ้าของอู่ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี โดยไม่คิดค่าแรง และบอกว่า ยินดีให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ เพราะต้องการช่วยประชาชนอยู่แล้ว แต่ไม่มีโอกาส     

นายกฤตวิทย์ กล่าวว่า   เพื่อสร้างความเชื่อถือในการปฏิบัติหน้าที่ จึงกำหนดให้เจ้าหน้าที่ ที่ออกให้บริการต้องติดบัตรใส่ชุดฟอร์ม และไม่รับค่าตอบแทน   เพราะทุกคนทำด้วยใจรัก 'บริษัทได้ทำประกันอุบัติเหตุให้เป็นค่าตอบแทน  1  ปี  ถึงขณะนี้ การให้ความช่วยเหลือยังน้อยอยู่ เดือนหนึ่งประมาณ  50-60  ราย   เฉลี่ยวันละ  4-5  ราย แต่ในช่วงคืนฝนตก จะมีคนเรียกใช้มากถึงวันละ 10  ราย

ผู้ริเริ่มโครงการนี้กล่าวและยอมรับว่า โครงการ  'ปันน้ำใจช่วย เหลือรถจอดเสียกลางทาง'  
ยังไม่เป็นที่แพร่หลาย เนื่องจากประชาชนที่ใช้รถใช้ถนน ยังไม่ทราบว่ามีโครงการนี้    หากมีการประชาสัมพันธ์มากกว่าที่เป็นอยู่ เชื่อว่าจะมีคนที่เดือดร้อนขอใช้บริการมากกว่านี้    และน่าจะมีอู่ซ่อมรถยนต์มาร่วมช่วยเหลือมากขึ้น  ถ้าผู้ใช้รถ ไม่ฟัง จส. 100 จะไม่รู้ว่ามีโครงการนี้ 

อย่างไรก็ดี ยังมีประชาชนส่วนหนึ่งยังไม่เชื่อใจว่าจะช่วยเหลือจริงหรือเปล่า หวังอะไรหรือไม่ 

ถ้าใช้บริการมากขึ้นเราก็พร้อมจะขยายขอบข่ายการช่วยเหลือออกไปอีก เพราะโครงการนี้ตั้งเป้าใช้งบไว้  4 ล้านบาท แต่ทำจริงๆใช้เงินเพียง  1.69  ล้านบาทเท่านั้น   นายกฤตวิทย์ กล่าวและย้ำว่า คนที่ต้องการความช่วยเหลือจากรถเสีย กดโทรศัพท์แจ้งเรื่องได้ที่  1137

 
ขอขอบคุณ คุณอภิชาติ สินาคม ที่แจ้งเรื่องดีแบบนี้ครับ

เพื่อนๆที่เคยใช้บริการนี้แล้ว กรุณาเล่าให้พวกเราฟังด้วยว่าเป็นอย่างไรบ้าง และช่วยประชาสัมพันธ์ หรือบอกต่อๆกันด้วยครับ 

ขอบคุณมากครับ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น