22 ธันวาคม 2555

รับพรเพื่อเป็นพร


สรุปคำเทศนาวันอาทิตย์ที่ 16 ธันวาคม 2012

พระธรรม ปฐมกาล 12:1-3
ทุกคนต่างก็ต้องการการอวยพรจากพระเจ้า หลายคนสอนว่า "ถ้าอยากรวยให้ถวายมากๆ" นั่นเป็นการสอนที่ไม่ถูกต้อง การถวายไม่ใช่เป็นการแลกเปลี่ยน การถวายไม่ใช่เป็นการลงทุน และการถวายไม่ใช่เป็นการทำบุญ หรือการบริจาค แต่การถวายเป็นการแสดงออกถึงความรักความไว้วางใจที่เรามีต่อพระเจ้า เป็นความศรัทธาในพระเจ้าผู้ประทานพระพรในชีวิตของเรา พระเจ้ามีแผนการที่ดีสำหรับเรา เป็นแผนงานเพื่อสวัสดิภาพ เพื่อให้อนาคตที่ดีกับเรา (ยรม.29:11) และพระองค์ทรงพอใจจะอวยพรผู้ใด พระองค์ก็จะทรงอวยพรผู้นั้น ดังนั้นเราควรมีท่าทีที่ถูกต้องต่อการอวยพรของพระเจ้า ให้เราตระหนักว่าการอวยพรเป็นเอกสิทธิ์ของพระเจ้า ถ้าเราต้องการได้รับพรจากพระเจ้ามากขึ้น เราจะต้องทำอย่างไร ในพระวนจะของพระเจ้าได้บอกถึงเคล็ดลับหรือหลักของการอวยพรเอาไว้ว่า “ยิ่งจำหน่ายยิ่งมั่งคั่ง...บุคคลที่ให้ด้วยใจกว้างขวางย่อมได้รับความมั่งคั่ง” (สภษ.11:24-25) นั่นหมายถึงว่ายิ่งให้ด้วยใจยินดีเท่าไหร่ก็ยิ่งเห็นการอวยพรจากพระเจ้ามากขึ้นเท่านั้น
เราเห็นชีวิตของอับราฮัมผู้เป็นบิดาแห่งความเชื่อในพระเจ้า พระเจ้าได้เรียกอับราฮัม ในเวลานั้นมีชื่อว่า "อับราม" ให้ออกมาจากเมืองจากญาติพี่น้องจากบ้านบิดาไปยังดินแดนที่พระเจ้าจะให้ และจะอวยพรให้อับราฮัมมีชื่อเสียงใหญ่โต และให้เป็นพรแก่ผู้อื่น บรรดาเผ่าพันธุ์ทั่วโลกจะได้รับพร (ปฐก.12:1-3) และพระเจ้าได้ทำพันธสัญญากับอับราฮัมว่าพระเจ้าจะให้อับราฮัม “เป็นบิดาของประชาชาติมากมาย” และพระเจ้าได้ให้ชื่อใหม่ว่า “อับราฮัม” (ปฐก.17:4-5) พระเจ้าเรียกเราเหมือนเรียกอับราฮัมให้ออกมาจากสิ่งที่เราเคยอยู่เคยเป็น แม้ว่าจะไม่ได้ย้ายที่อยู่ในฝ่ายกายภาพ แต่เป็นการย้ายในฝ่ายวิญญาณ เพื่อให้เรามารับพระพรจากพระเจ้า และให้นำพระพรนั้นไปสู่คนอื่นอีกมากมาย เมื่อเราทำตามนำพระทัยของพระเจ้า เราก็จะเห็นการอวยพรที่มาจากพระเจ้าตามพระสัญญาที่ให้ไว้กับอับราฮัม เรามาดูด้วยกันว่าเป็นอย่างไร
1. รับพรจากพระเจ้า (ปฐก.12:1-2ก)
พระเจ้าเรียกอับราฮัมให้ออกมาจากถิ่นที่อยู่อาศัย ออกมาจากความสุขสบาย ออกมาจากครอบครัว ออกมาจากความมั่นคงในชีวิต ออกมาจากความเคยชิน ไปในที่ที่ไม่เคยรู้จัก ไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร ไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน แต่อับราฮัมรู้อยู่อย่างเดียวว่า “พระเจ้าจะทรงอวยพร” นั่นคือเวลาที่สำคัญในชีวิตว่าจะเอาอย่างไร จะเชื่อฟังพระเจ้า หรือว่า จะทำตามใจตัวเอง อับราฮัมก็อายุมากแล้ว พ่อแม่ก็แก่แล้วจะต้องมาทิ้งท่านไปหรือ เป็นเรื่องที่ใหญ่มากสำหรับอับราฮัมเวลานี้ ถ้าเป็นเรา เราจะตัดสินใจอย่างไร ทุกคนคงจะต้องต่อรองกับพระเจ้าอย่างแน่นอน แต่ขอบคุณพระเจ้าที่อับราฮัมตัดสินใจเชื่อฟังพระเจ้า การเชื่อฟังครั้งนี้ทำให้อับราฮัมได้รับการอวยพรจากพระเจ้าอย่างมาก และพระพรนั้นก็ตกทอดมาสู่คนรุ่นหลังอย่างพวกเรา นั่นคือความรอดและชีวิตนิรันดร์ ซึ่งเป็นพระคุณที่พระเจ้าประทานให้เรา (อฟ.1:6-8) เราได้รับเช่นเดียวกับพระบุตรของพระองค์ (รม.8:32) เราเห็นพระพรมากมายที่พระเจ้าประทานให้กับอับราฮัม และพระเจ้ายังให้พรนั้นตกไปสู่คนอื่นๆ อีก (กท.3:8) เราเห็นพระเจ้าอวยพรคนของพระองค์ โดยเฉพาะคนยิวที่ถือว่าเป็นประชากรฝ่ายธรรมชาติของพระเจ้า มีคนยิวมากมายที่ได้ทำคุณประโยชน์ในโลกนี้ บางคนเป็นนักวิทยาศาสตร์ บางคนเป็นหมอ บางคนเป็นปรัชญา บางคนเป็นนักการเงินการธนาคาร คนเหล่านี้ได้รับพระพรผ่านทางอับราฮัม ที่ตอบสนองการทรงเรียกของพระเจ้า ดังนั้นลูกหลานของเราก็จะได้รับพระพรจากพระเจ้าผ่านการตอบสนองของเราเช่นกัน สำคัญที่สุดต้องเริ่มที่เราก่อน ด้วยการตอบสนองการทรงเรียกของพระเจ้าด้วยการเชื่อฟังและทำตาม พระพรส่วนแรกก็จะมาถึงเรา เมื่อเราได้รับพระพรแล้ว เราไม่ควรเก็บเอาไว้เพียงลำพัง
2. เป็นพรต่อผู้อื่น (ปฐก.12:2-3)
พระเจ้าต้องการใช้เราเป็นสื่อกลาง หรือเป็นท่อที่จะส่งพระพรไปสู่คนอื่น ทำไมพระเจ้าถึงต้องการใช้เรา พระเจ้าทำเองไม่ได้หรือ แน่นอนที่สุดพระเจ้าทำได้ แต่พระเจ้าต้องการที่จะใช้เรามากกว่า พระเจ้าสัญญากับอับราฮัมว่า “ท่านจะเป็นชนชาติใหญ่โตและมีกำลังมาก และประชาชาติทั้งหลายในโลกจะได้รับพรเพราะท่าน” (ปฐก.18:18) พระพรของพระเจ้าก็จะไหลไปสู่คนมากมายผ่านทางชีวิตของอับราฮัมอย่างไร ก็จะไหลผ่านเราไปสู่คนอื่นอย่างนั้น เราต้องเป็นท่อพระพรของพระเจ้า แต่เราจะเป็นอย่างนั้นได้ เราต้องทำตามสิ่งที่พระเจ้าบอกคือ เราต้องรักพระเจ้าอย่างสุดจิตสุดใจ สุดกำลังความคิดของเรา และรักคนอื่นก่อน (มก.12:30-31) เมื่อเรารักพระเจ้าแล้ว เราก็สามารถรักคนอื่นได้ และเมื่อเรารักคนอื่นเราก็จะทำสิ่งที่ดีให้กับคนอื่นได้อย่างเต็มใจ เราสามารถหนุ่นใจ ให้กำลังใจ ให้ควาช่วยเหลือ ทำสิ่งดีๆ ให้กับคนที่ไม่น่ารักได้ เมื่อเราเป็นเช่นนี้ คนทั้งหลายก็จะเห็นพระเยซูในชีวิตของเรา และเขาจะสรรเสริญพระเจ้า (มธ.5:16) ชีวิตของเราก็จะประกาศพระบารมีของพระเจ้า (1ปต.2:9) ให้เราต้องระวังอย่าเป็นท่อที่อุดตันด้วยความเห็นแก่ตัว ด้วยความอิจฉาริษยา ด้วยการใช้อารมณ์ เอาแต่ใจตัวเอง แต่จงเป็นท่อที่ขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ เมื่อพระเจ้าอวยพรเรามากขึ้น ให้เรามองดูรอบๆ ตัวเราว่ามีใครบ้างที่เราจะเป็นพรให้กับเค้าได้ ให้เราจดชื่อเค้าเอาไว้ อธิษฐานเผื่อคนเหล่านั้นอย่างจริงจังทุกวัน  มองหาโอกาสว่าเราจะพูดเรื่องพระเจ้ากับคนเหล่านั้นอย่างไรดีและเมื่อไหร่ เชิญคนเหล่านั้นมาร่วมงานพิเศษ หรือกิจกรรมต่างๆ ฟังคำพยานชีวิตของคนอื่น นำเค้าต้อนรับพระเจ้า และติดตามเอาใจใส่เลี้ยงดูให้เติบโต แล้วพระพรอีกมากมายจะมาถึงชีวิตของเรา
ดังนั้นจงรับพรจากพระเจ้าและเป็นพรต่อคนอื่นต่อไป อย่าเก็บพระพรเอาไว้แต่เพียงลำพัง เพราะว่า นั่นไม่ใช่น้ำพระทัยของพระเจ้า พระเจ้าต้องการอวยพรเราและให้เราเป็นพรต่อคนอื่น

ขอพระเจ้าอวยพรครับ


ไม่มีความคิดเห็น:

โพสต์ความคิดเห็น