แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อธิษฐาน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อธิษฐาน แสดงบทความทั้งหมด

05 พฤศจิกายน 2554

เลื่อนวันอธิษฐานรวมพลังสำหรับกรุงเทพฯปริมณฑลและจังหวัดที่ถูกน้ำท่วม

เนื่องด้วยกรุงเทพฯและปริมณฑล และอีกหลายจังหวัดประสบอุทกภัยอย่างร้ายแรง คริสตจักรหลายแห่ง และพี่น้องคริสเตียนจำนวนมาก นอกจากจะได้รับผลกระทบ ได้รับความเสียหาย แล้ว ยังมีงานรับใช้ในการออกไปกู้ภัย ให้ความช่วยเหลือพี่น้องร่วมชาติที่ได้รับความเดือดร้อนกันอย่างไม่เ็ห็นแก่ความเหน็ดเหนื่อยอีกด้วย 

อีกทั้ง ทาง ศปภ.และ กทม. ได้ประเมินแล้วว่า กว่าที่สถานการณ์ในครั้งนี้จะได้รับการแก้ไข หรือ คลี่คลายกลับสู่สภาวะปกติ คงจะต้องใช้เวลาอีกนาน ดังนั้น เครือข่ายอธิษฐานอวยพรประเทศไทย จึงขอเลื่อนการจัดชุมนุมอธิษฐานในวัีนอาทิตย์ที่ 13 พย. ศกนี้ ในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครออกไปก่อน 
หากมีความคืบหน้า และ ได้เวลาที่ชัดเจน เครือข่ายฯ จะเรียนให้ท่านศิษยาภิบาล ผู้นำและพี่น้องคริสตชนได้รับทราบโดยเร็วครับ พร้อมกันนี้ขอขอบพระคุณในความร่วมมือและการสนับสนุนจากทุกท่าน ที่มีให้กับงานของพระเจ้า คนของพระเจ้า และแ่ผ่นดินที่พระเจ้าประสงค์ที่จะให้ได้รับการอวยพระพรมาโดยตลอด  

ด้วยความเชื่อมั่นในแรงศรัทธาของท่านทุักคน 
ศจ.สมเกียรติ วรรณศรี 
ประธานเครือข่ายอธิษฐานอวยพรประเทศไทย

15 กรกฎาคม 2554

เงื่อนไขของคำตอบ

สรุปคำเทศนาวันอาทิตย์ที่ 10 กรกฎาคม 2011

พระธรรม มัทธิว 7:7-12
ในมัทธิว 7:1-6 พระเยซูสอนไม่ให้เรากล่าวโทษผู้อื่น โดยได้ยกคำอุปมาเรื่องไม้ทั้งท่อนที่อยู่ในตามาสอนเราทั้งหลาย และยังบอกต่อไปว่า ถ้าเราไม่กล่าวโทษผู้อื่นพระองค์ก็จะไม่กล่าวโทษเราด้วยเช่นกัน ซึ่งเป็นการชี้ให้เห็นว่า เราเองก็มีข้อบกพร่องเช่นกัน ในขณะที่พระองค์สอนเราในเรื่องนี้ทำให้เราเห็นถึงความสมดุลของพระเจ้า เห็นถึงความตรงไปตรงมาของพระเจ้า ในมุมหนึ่งเราเห็นพระเจ้าตั้งเงื่อนไขให้กับเราแต่เป็นเงื่อนไขที่ดีที่ช่วยเรา เมื่อเราทำตามเงื่อนไขที่พระเจ้าตั้งให้กับเรานั้นเราก็จะพบกับคำตอบที่ดีสำหรับเราด้วยเช่นกัน เรามาดูว่าเงื่อนไขของคำตอบจากพระธรรมตอนนี้มี 3 ประการคือ

1. อธิษฐานด้วยความเชื่อ (มธ.7:7-8)
การอธิษฐานเป็นการสร้างความสัมพันธ์สนิทกับพระเจ้า ซึ่งเป็นหนทางแห่งความสำเร็จ การอธิษฐานจากพระธรรมตอนนี้ เป็นลักษณะของการกระทำที่ต่อเนื่อง ไม่ใช่แค่อธิษฐานเพียงครั้งเดียวและก็จบกัน แต่เป็นการอธิษฐานจนกว่าจะได้รับคำตอบ เป็นการกระทำที่เป็นปกติในชีวิตประจำวันอย่างมีความหมาย เป็นการอธิษฐานด้วยความเชื่อ ไม่มีความสงสัยในพระเจ้าผู้ใหญ่ยิ่งสูงสุด การอธิษฐานไม่ได้เป็นการแสดงความอ่อนแอ แต่เป็นการแสดงความถ่อมใจลงยอมรับการช่วยเหลือจากพระเจ้า หลายคนเข้าใจผิดคิดว่าการอธิษฐานขอต่อพระเจ้าเป็นการแสดงความอ่อนแอ ตรงกันข้ามคนที่ไม่ขอความช่วยเหลือจากผู้อื่นเป็นการแสดงออกถึงความหยิ่ง  ความจริงแล้วพระเจ้าเป็นพระบิดาของเรา ที่พร้อมจะให้ความช่วยเหลือเรา เหมือนกับพ่อแม่ของเราที่พร้อมจะให้ความช่วยเหลือเราอยู่ตลอดเวลา เมื่อลูกร้องขอความช่วยเหลือ และจะให้สิ่งที่ดีกับลูกของตน (มธ.7:9-11)  ให้เราเชื่ออย่างไม่สงสัย ถ้าเราอธิษฐานด้วยความเชื่อเราก็จะได้ (มธ.21:21-22)  (ยก.1:6-7) จงอย่าสงสัยในพระเจ้าผู้ใหญ่ยิ่งสูงสุดของเรา ความจริงแล้วพระเจ้าทรงรู้ถึงความต้องการของเราและได้เตรียมสิ่งที่เราจะขอเอาไว้ให้กับเราก่อนหน้าที่เราขอเสียอีก

2. แสวงหาด้วยความเชื่อ (มธ.7:7-8)
พระวจนะของพระเจ้าบอกต่อไปอีกว่าให้เราหาแล้วเราจะพบ การหาในที่นี้เป็นอาการที่แสดงออกมาของท่าทีที่อยู่ภายใน เป็นอาการของคนที่มีความต้องการอย่างมาก จึงต้องออกไปแสวงหาสิ่งที่ตนเองต้องการ ท่องเที่ยวไปสำรวจ หรือค้นหาสิ่งที่ตนเองต้องการ ท่าทีของเราต้องแสวงหาด้วยความเชื่อและไม่สงสัย เพราะว่าความสงสัยเป็นอุปสรรคของความสำเร็จ คนที่ไม่แสวงหาสิ่งที่ตนเองมีความปรารถนาก็แสดงว่าเป็นคนเกียจคร้าน ซึ่งคนเกียจคร้านมือของเขาก็ปฏิเสธการทำงาน (สภษ.21:25) แต่คนขยันจะมีแต่ความอุดมสมบูรณ์ (สภษ.13:4) เราต้องแสวงหาน้ำพระทัยของพระเจ้า เพื่อเราจะรู้ว่าพระองค์มีน้ำพระทัยอย่างไรต่อสิ่งที่เราทูลขอ และเมื่อคำอธิษฐานของเราสอดคล้องกับน้ำพระทัยของพระเจ้าแล้วเรามั่นใจได้ว่าสิ่งที่เราทูลขอนั้นเราจะได้ (ยน.5:14) การแสวงหายังเป็นสิ่งที่สะท้อนว่าเราเห็นคุณค่าของสิ่งที่เรากำลังค้นหาหรือรอคอยอยู่ พระเจ้าสร้างมนุษย์ขึ้นมาพร้อมกับความปรารถนา ให้มีความต้องการไฝ่รู้ มนุษย์จึงเป็นนักค้นคว้า เป็นนักสำรวจ เราจึงพบกว่ามนุษย์ค้นพบสิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ เราจึงต้องเป็นนักแสวงหา โดยเฉพาะแสวงหาพระเจ้า เหมือนกวางน้อยที่แสวงหาลำธารน้ำ (สดด.42:1-2) ดังนั้นจงแสวงหาพระเจ้าด้วยความเชื่อ

3. ลงมือกระทำด้วยความเชื่อ (มธ.7:7-8)
ไม่เพียงแต่อธิษฐานด้วยความเชื่อ และแสวงหาด้วยความเชื่อแล้ว พระวจนะของพระเจ้ายังบอกอีกว่า จงเคาะแล้วจะเปิดให้ ซึ่งเป็นการเคาะอย่างต่อเนื่อง หรือเคาะจนกว่าจะได้ยิน เคาะด้วยความอดทน เป็นการลงมือกระทำเพื่อให้ได้มาของสิ่งที่ตนเองต้องการ แม้ว่าบางครั้งจะต้องรอด้วยความอดทนก็ยังทำอยู่อย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่ทำๆ หยุดๆ หรือเดี๋ยวทำ เดี๋ยวหยุด แต่ทำจนกว่าจะสำเร็จ  พระเยซูได้ยกตัวอย่างของเพื่อนที่ไปเคาะประตูบ้านของเพื่อนเพื่อขอขนมปังในตอนดึก เคาะจนเพื่อนต้องลุกขึ้นมาหยิบขนมปังให้ (ลก.11:5-8)  บางคนพระเจ้ายืนเคาะอยู่ที่ประตูใจของเราอยู่นานกว่าจะเปิดให้กับพระเจ้าเขามา บางคนพระเจ้าเคาะอยู่หลายปี  (วว.3:20) ให้เราไวต่อเสียงเรียกของพระเจ้า  ไม่เพียงเท่านั้นพระเจ้ายังสอนเราต่อไปอีกว่า ถ้าเราต้องการจะให้ผู้อื่นทำอย่างไรกับเรา เราก็ต้องทำอย่างนั้นกับเขาก่อน (มธ.7:12) ถ้าเราต้องการให้เขารักเรา เราก็ต้องรักเขาก่อน  อย่างให้เราเมื่อยล้าในการทำดี เพราะว่าถ้าเราไม่ท้อใจแล้วเราจะเก็บเกี่ยวในเวลาอันสมควร (กท.6:9-10) ไม่ว่าคนนั้นจะเป็นใครก็ตามแม้กับคนที่ตั้งตัวเป็นศัตรูของเราก็ตาม (ลก.6:35) เพราะการกระทำเช่นนั้นเป็นน้ำพระทัยของพระเจ้า หรือแม้กับคนที่เราไม่รู้จักก็ตาม (ฮบ.13:2)
จงอธิษฐานด้วยความเชื่ออย่าสงสัยในพระเจ้า จงแสวงหาด้วยท่าทีที่ถูกต้อง จงกระทำอย่างต่อเนื่องไม่เสร็จไม่ควรท้อใจ และเมื่อถึงเวลาอันสมควรแล้วเราจะเห็นความสำเร็จที่เราปรารถนาเกิดขึ้น (ท่านสามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ www.churchofpeace2010.org)

ขอพระเจ้าอวยพรครับ

16 พฤศจิกายน 2553

ขอขอบพระคุณ

ขอขอบคุณพี่น้องคริสตชนทุกท่านที่ได้ไปรวมตัวและร่วมใจกันอธิษฐานขอพรจากพระเจ้าเพื่อประเทศไทยของเรา เมื่อวันอาทิตย์ที่ 14 พฤศจิกายน ที่สนามหลวงและใต้สะพานพระราม8 ขอบคุณพี่น้องที่ไปร่วมกันหลายพันคน เราได้เห็นบรรยากาศความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของพี่น้องที่มาร่วมโดยไม่มีการแบ่งแยก สังกัด คณะนิกาย เราได้เห็นบรรยากาศการอธิษฐานที่เต็มไปด้วยความเชื่อ ความคาดหวัง

ขอบคุณผู้ที่มีส่วนสนับสนุนในการจัดงานครั้งนี้ ทั้งกรรมการจัดงานฝ่ายต่างๆ ทุกท่าน ศิษยาภิบาล-ศาสนาจารย์ทุกท่าน ที่ได้หนุนจิตชูใจพี่น้องในคริสตจักรต่างๆ ไปรวมตัวและร่วมใจกันกันอธิษฐาน และเจ้าหน้าที่ทหารที่อำนวยความสะดวกสถานที่บริเวณท้องสนามหลวง เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรที่อำนวยความสะดวกในด้านการจราจร เจ้าหน้าที่สำนักงานเขตบางพลัดที่อนุญาตให้ใช้สถานที่ใต้สะพานพระราม8

เหนือสิ่งอื่นใด ขอบคุณพระเจ้าที่พระองค์ทรงอยู่ด้วยและเป็นผู้กระทำให้สำเร็จทุกประการ ขอบคุณพระเจ้าที่พระองค์ทรงฟังคำอธิษฐานของเรา

ขอพระเจ้าเสริมกำลังและอวยพระพรพี่น้องทุกท่าน

05 พฤศจิกายน 2553

อธิษฐานแบบพระเยซู


สรุปคำเทศนาวันอาทิตย์ที่ 31 ตุลาคม 2010
เทศนาเรื่อง “อธิษฐานแบบพระเยซู”
พระธรรม มัทธิว 6:9-16

                 พระธรรมตอนนี้เป็นคำสอนของพระเยซูเรื่องอย่าทำศาสนกิจเพื่ออวดคนอื่น แต่ต้องทำด้วยท่าทีภายในที่ถูกต้อง ตอนนี้พระเยซูสอนเรื่องการอธิษฐาน บางคนอาจจะจำตัวอย่างคำอธิษฐานตอนนี้ไปอธิษฐานในลักษณะท่องจำ หรือเป็นบทสวด การอธิษฐานที่ถูกต้องไม่ใช่เป็นการท่องจำ หรืออธิษฐานอย่างไรความหมาย แต่สิ่งที่เราพูดหรืออธิษฐานออกมานั้น ต้องออกมาจากความรู้สึกเช่นนั้นจริงๆ รู้สึกอย่างไรก็พูดออกมาอย่างนั้น ทุกคำพูดหรือคำอธิษฐานมีความหมาย จึงจะทำให้คำอธิษฐานของเรามีความหมาย ไม่เพียงเท่านั้น พระเยซูยังสอนหลักการที่สำคัญให้เราอีกผ่านตัวอย่างการอธิษฐานของพระเยซูตอนนี้ ผมจะให้ชื่อคำเทศนาตอนนี้ว่า “อธิษฐานแบบพระเยซู” มีหลักการที่สำคัญ 5 ประการ ดังนี้
1 อธิษฐานต่อพระบิดา (v9)
พระเยซูเริ่มคำอธิษฐานว่า “ข้าแต่พระบิดา” ซึ่งเป็นการยกย่องพระเจ้าเป็นพระบิดาผู้มีสิทธิอำนาจ ต่อมาได้กล่าวว่า “ผู้ทรงสถิตในสวรรค์” ซึ่งบ่งบอกถึงการที่พระเจ้าทรงอยู่เหนือสรรพสิ่งทั้งปวง ต่อมาได้กล่าวว่า “ขอให้พระนามของพระองค์เป็นที่สักการะ” ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความบริสุทธิ์ ศักดิ์สิทธิ์ และเป็นการยกย่องพระเจ้าขึ้นสูง ตัวอย่างคำอธิษฐานของพระเยซูมีแต่พระเจ้าเป็นศูนย์กลาง โดยยกพระเจ้าให้สูงขึ้น ดังนั้นการอธิษฐานของเราศูนย์กลางต้องอยู่ที่พระเจ้าไม่ใช่สิ่งอื่นใด หรือมนุษย์คนไหน พระเจ้าทรงยิ่งใหญ่สูงสุดในทุกเวลาและสมควรได้รับการสรรเสริญ (สดด.96:4) เมื่อเรารู้จักพระเจ้าของเราอย่างแท้จริงแล้ว และท่าทีของเราถูกต้อง คำอธิษฐานของเราก็จะถูกต้องด้วย แต่อย่างอย่างไรก็ตามพระเจ้ามีเอกสิทธิ์ที่จะตอบคำอธิษฐานของเราด้วย เราไม่สามารถจะบังคับให้พระเจ้าตอบคำอธิษฐานของเราได้ ดังนั้นเมื่อเราอธิษฐานเราต้องยกให้พระเจ้าเป็นผู้พิจารณาว่าจะตอบเราอย่างไรหรือไม่ แต่ให้เรามั่นใจว่า พระเจ้าทรงฤทธิ์พระองค์จะทรงกระทำให้สำเร็จได้ (มธ.19:26) สิ่งที่มนุษย์ทำไม่ได้แต่พระเจ้าทำได้ (ลก.18:27)
2 อธิษฐานตามน้ำพระทัย (v10)
หมายถึง การอธิษฐานขอให้สิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นในสวรรค์เกิดขึ้นในโลกด้วย ขอให้สิ่งที่เป็นพระประสงค์ของพระบิดานั้นสำเร็จตามแผนการของพระองค์ คือการนำความรอดไปสู่คนหมดโลกนี้ นั่นคือการครอบครองของพระเจ้า ดังนั้นจึงไม่ใช่อธิษฐานขอตามใจเรา แต่ตามใจพระเจ้า แต่ไม่ได้หมายความว่าเราอธิษฐานขอในสิ่งที่เราต้องการไม่ได้ เรายังสามารถอธิษฐานขอในสิ่งที่เราต้องการได้อยู่ แต่ต้องไม่บังคับพระเจ้าให้ตอบสนองตามใจของเรา เราเห็นตัวอย่างของพระเยซูคริสต์ที่อธิษฐานต่อพระบิดาที่สวนเกทเสมนี ก่อนที่พระองค์จะถูกจับ ถึง 3 ครั้ง ว่า “โอ้พระบิดาของข้าพระองค์ ถ้าเป็นไปได้ก็ขอให้ถ้วยนี้เลื่อนไปจากข้าพระองค์เถิด แต่อย่างไรก็ดีอย่าให้เป็นไปตามใจปรารถนาของข้าพระองค์ แต่ให้เป็นไปตามน้ำพระทัยของพระองค์” (มธ.26:39) เมื่อพระเยซูยังพร้อมที่จะทำตามน้ำพระทัยของพระบิดาผู้สถิตย์ในสวรรค์ เราเองก็ควรที่จะทำตามน้ำพระทัยของพระบิดาเช่นเดียวกัน สิ่งที่เราควรปรารถนามากที่สุดไม่ใช่โลกนี้ เพราะว่าแผ่นดินของพระเจ้าไม่ใช่การกินและการดื่ม “แต่เป็นความชอบธรรมและสันติสุข และความชื่นชมยินดี” (รม.14:17) ใครก็ตามที่ทำตามน้ำพระทัยของพระเจ้า พระเยซูถือว่าผู้นั้นเป็นพี่น้องชายหญิงของพระองค์ (มก.3:35) ดังนั้นเมื่อเราดำเนินชีวิตตามน้ำพระทัยของพระเจ้าแล้ว เวลาเราอธิษฐานขอสิ่งใดเราก็จะอธิษฐานขอตามน้ำพระทัยของพระเจ้าด้วยเช่นกัน
3 อธิษฐานในเรื่องที่จำเป็นของชีวิต (v11)
การอธิษฐานไม่เพียงเฉพาะการขอที่เป็นน้ำพระทัยของพระเจ้าท่านนั้น แต่พระเจ้าเห็นถึงความจำเป็นในชีวิตของเรา เช่น อาหาร เครื่องนุ่งห่ม สิ่งที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน เป็นสิ่งที่เราสามารถทูลขอจากพระเจ้าได้ แต่ตรงกันข้ามเรากลับไม่ได้อธิษฐานทูลขอจากพระเจ้า เพราะเราอาจจะคิดว่านั่นเป็นสิ่งที่พระเจ้าต้องดูแลเราอยู่แล้ว หรือว่าเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องได้รับ จึงไม่ค่อยมีใครอธิษฐานทูลขอจากพระเจ้า นอกจากจะอธิษฐานขอพระคุณเท่านั้น ความเป็นจริงแล้วเราควรทูลขอจากพระเจ้าสำหรับสิ่งจำเป็นในชีวิตประจำวันของเราทุกวันด้วย แต่ทุกครั้งเราจะต้องอธิษฐานด้วยความเชื่ออย่างมีความหมาย ไม่ใช่เป็นแบบนกแก้วนกขุนทอง แต่บ่อยครั้งที่เราอธิษฐานเรามักจะอธิษฐานทูลขอสิ่งที่เกินความจำเป็นในชีวิตของเราเป็นส่วนใหญ่ หรือบางครั้งเราอธิษฐานขอจากพระเจ้าก็จริงแต่เราคาดหวังคำตอบจากมนุษย์ บางคนอาจจะติดนิสัยเกรงใจ ไม่ขออะไรจากใครเพราะว่าเกรงใจ จึงไม่ได้อธิษฐานทูลขอจากพระเจ้าด้วยเพราะเกรงใจ พระเจ้าไม่ต้องการให้เราเกรงใจในการอธิษฐานทูลขอจากพระองค์ แต่เราต้องให้สิทธิ์ในการตอบคำอธิษฐานกับพระองค์มากกว่า ดีที่สุดเมื่อเราแสวงหาแผ่นดินของพระเจ้าก่อนพระองค์จะทรงเพิ่มเติมสิ่งต่างๆ ให้กับที่จำเป็นในชีวิตให้กับเราเอง (มธ.6:31-33) โดยที่เราบางครั้งเราเพียงแต่คิดในใจเท่านั้นพระเจ้าก็ประทานให้กับเราแล้ว เพราะพระเจ้ารู้ถึงความจำเป็นในชีวิตของเรา ผู้เขียนพระธรรมสุภาษิต ได้อธิษฐานทูลขอจากพระเจ้าขอให้มีเพียงพอ ไม่ต้องมากหรือน้อยเกิดไป (สภษ.30:8-9) จงแสวงหาพระเจ้าและวางใจในพระเจ้า พระองค์จะทรงดูแลเรา ลูกหลานของเราจะไม่มีใครเป็นขอทาน (สดด.37:23-25)
4 อธิษฐานสารภาพบาป (v12, 14-15)
การสารภาพบาปเป็นการฟื้นฟูความสัมพันธ์กับพระเจ้า พระเยซูสอนให้เราอธิษฐานสารภาพบาปและยกโทษให้กับคนที่ทำผิดกับเรา โดยเริ่มต้นในข้อ 12 ว่า “และขอทรงโปรดยกบาปผิดของข้าพระองค์” ซึ่งตรงนี้มีความสำคัญอย่างมาก เมื่อเราสารภาพบาปของเรา กำแพงแห่งความสัมพันธ์ก็จะถูกพังทลายลง ไม่มีอะไรมาขวางกั้นระหว่างเรากับพระเจ้าได้อีกต่อไป ดังนั้นเราควรสารภาพบาปของเราทุกวัน การสารภาพบาปไม่เพียงแต่เป็นการขอการยกโทษเท่านั้น แต่เป็นกุญแจหลักของการฟื้นฟูความสัมพันธ์ ซึ่งตั้งอยู่บนเงื่อนไข คือการให้อภัย ไม่ใช่เราเรียกร้องขอการยกโทษจากพระเจ้า แต่เราไม่ให้อภัยคนอื่นที่ทำผิดกับเรา ทุกครั้งที่เราอธิษฐานเราต้องมั่นใจว่า เรามีความสัมพันธ์ที่ดีขึ้นกับพระเจ้า ซึ่งดูได้จากความสัมพันธ์ของเรากับคนอื่นว่าเป็นอย่างไร เมื่อเราให้อภัยคนอื่นพระเจ้าก็ให้อภัยเรา (มธ.6:14-15) เพราะว่าพระเจ้าเป็นพระเจ้าแห่งการให้อภัย ไม่ว่าความผิดบาปของเราจะมากมายสักเพียงใด พระองค์ก็สามารถยกให้กับเราจนหมดสิ้น พระองค์จะชำระเราให้สะอาด (อสย.1:18) เราต้องรักษาชีวิตของเราให้ไกลจากบาปอยู่ตลอดเวลา ต้องสารภาพบาปอยู่เสมอๆ
5 อธิษฐานขอการปกป้อง (v13)
พระเยซูสอนว่า เวลาเราอธิษฐานให้ขอพระเจ้าปกป้องให้เราพ้นจากการทดลองและสิ่งชั่วร้ายทั้งหลายทั้งปวง เนื่องจากศัตรูของเรา คือผีมารซาตาน เรามองไม่เห็น และมันมีกลยุทธ์มากมายที่จะนำมาล่อลวงเราให้หลง เราไม่สามารถต่อสู้กับผีมารซาตานได้ด้วยกำลัง หรือศาสตราวุธฝ่ายโลกได้ เราจะต้องพึ่งพาในฤทธิ์เดชของพระเจ้า แม้ดูเหมือนว่าบางครั้งเราเข้มแข็ง เราเติบโต แต่ความจริงแล้วเรายังอ่อนแออยู่ พระเยซูเตือนเราว่า ท่านทั้งหลายจงเฝ้าระวังและอธิษฐาน” เพื่อท่านจะไม่ต้องถูกทดลอง จิตใจพร้อมแล้วก็จริง แต่กายยังอ่อนอยู่ (มธ.26:41) เราต้องเฝ้าอธิษฐานวิงวอนต่อพระเจ้าให้เรามีชัยชนะเหนือการทดลอง มีชัยชนะเหนือผีมารซาตาน มีชัยชนะเหนือความบาป ปกป้องเราให้พ้นจากสิ่งชั่วร้ายทั้งหลายทั้งปวง
ทั้ง 5 ประการนี้เป็นตัวอย่างคำอธิษฐานของพระเยซูคริสต์ ที่สอนเราให้เข้าใจการอธิษฐานที่ถูกต้อง เพื่อเราจะสามารถดำเนินชีวิตในโลกนี้ให้เป็นที่ถวายเกียรติแด่พระเจ้า ไม่ว่าเราทำสิ่งใดสิ่งนั้นถวายเกียรติแด่พระเจ้า เพื่อเราจะได้เป็นเหมือนตะเกียงที่ตั้งอยู่บนเชิงตะเกียงและส่องสว่างให้กับคนทั้งหลาย ตามน้ำพระทัยของพระเจ้าที่ทรงเรียกเราทั้งหลายให้มาเป็นสาวกของพระองค์

ขอพระเจ้าอวยพรครับ