แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เต็มใจ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เต็มใจ แสดงบทความทั้งหมด

18 มกราคม 2556

ความสำเร็จแบบพระเจ้า


สรุปคำเทศนาวันอาทิตย์ที่ 6 มกราคม 2013

พระธรรม ยนห์น 21:6

ความสำเร็จเป็นความปรารถานาของทุกคน แต่ความสำเร็จที่เราได้รับนั้นเป็นแบบไหน เป็นความสำเร็จที่ทำให้เรามีความสุข หรือว่าเป็นความสำเร็จที่ทำให้เราเกิดความทุกข์ เป็นความสำเร็จที่ยั่งยืนถาวรหรือว่าเป็นความสำเร็จที่ชั่วครั้งชั่วคราว เป็นความสำเร็จที่ได้มาจากการทำลายคนอื่นหรือไม่ หลายคนถูกมองว่าเป็นคนที่ประสบความสำเร็จแต่เจ้าตัวบอกว่ายังไม่ประสบความสำเร็จ แล้วอะไรเป็นตัวกำหนดว่าความสำเร็จคืออะไร คนมากมายทุ่มเทเวลา แรงกาย ทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตให้กับบางสิ่งบางอย่างที่คิดว่าจะทำให้ตนเองประสบความสำเร็จ ซึ่งก็ได้ผลลัพธ์ดังที่ตั้งใจไว้ ในฐานะที่เราเป็นคริสเตียนเราจะทำให้ชีวิตของเราประสบความสำเร็จ เราจะทำอย่างไร พระคัมภีร์ได้ให้หลักการแห่งความสำเร็จเอาไว้มากมายหลายตอน แต่สำหรับพระธรรมยอห์น ได้ให้หลักการที่สำคัญไว้ 2 ประการคือ

1. การเชื่อฟัง (ยน.21:6)
สาวกของพระเยซูเชื่อฟังสิ่งที่พระองค์ตรัสบอกกับพวกเขา เขาก็หย่อนอวนลงทางด้านขวาเรือตามที่พระองค์ทรงตรัส เป็นที่น่าแปลกใจอย่างมาก เพราะการที่อดีตชาวประมงอย่างพวกสาวกของพระองค์หย่อนอวนลงไปนั้นมันขัดกับหลักการจับปลาของชาวประมงอย่างพวกเขา เพราะชาวประมงรู้ดีว่าปลาตัวใหญ่จะอยู่ที่ไหน และจะออกหากินในเวลาไหน เพราะว่าพวกเขาทำอาชีพนี้มาตลอดชีวิตของพวกเขาและบรรพบุรุษของพวกเขา พระเยซูเรียกเปโตรกับน้องชายที่กาลิลี (มธ.4:18-20) ต่อมาก็เรียกยากอบกับยอห์นในที่ใกล้ๆ กัน (มธ.4:21-22) คนเหล่านี้รู้ดีว่าปลาใหญ่จะอยู่ที่น้ำลึกและออกหากินในเวลากลางคืน แต่พระเยซูให้พวกเขาหย่อนอวนลงขณะที่พวกเขาเข้ามาใกล้จะถึงฝั่งแล้ว แม้บางฉบับอาจจะให้ถอยเรือออกไปหน่อยหนึ่ง (ลก.5:4) เมื่อเขาหย่อนอวนลงและเอาขึ้นปรากฎว่าได้ปลาเป็นจำนวนมากอวนแทบปริ (ลก.5:6-7) การเชื่อฟังพระเจ้าแม้อาจจะดูเหมือนขัดกับความรู้สึก ขัดกับธรรมชาติ แต่ถ้าพระเจ้าบอกให้ทำอะไรแล้วเราเชื่อฟังสิ่งนั้นก็จะสำเร็จได้ พระเจ้าต้องการให้เรามีวิญญาณแห่งการเชื่อฟัง พระเจ้าบอกให้เราเชื่อฟังพระเยซู (มธ.17:5) พระเยซูเป็นแบบอย่างแห่งการเชื่อฟัง (ยน.4:34) ยอมเชื่อฟังจนกระทั่งที่กางเขนก็ยังเชื่อฟังอยู่ (ฟป.2:8) พระคัมภีร์สอนให้เราเชื่อฟังพ่อแม่ตามหลักการพระคัมภีร์ (อฟ.6:1) พระเจ้าสัญญาว่าถ้าเราเชื่อฟังพระองค์พระพรมากมายจะมายังชีวิตของเรา (ฉธบ.28:1-12) การเชื่อฟังเป็นกุญแจสู่ความสำเร็จตามแบบของพระเจ้า และสิ่งที่สำคัญที่สุดไม่ใช่การมีสิ่งต่างๆ ในโลกมากมายแต่การมีชีวิตนิรันดร์สำคัญที่สุด เพราะถ้าเราได้สิ่งของหมดโลกแต่ต้องตกนรกมีประโยนช์อะไร (มธ.16:26) นี่คือความสำเร็จแบบพระเจ้า คือ การเชื่อฟัง

2. การทำตาม (ยน.21:6)
เมื่อพระเยซูบอกให้เขาหย่อนอวนลงทางด้านขวาเรือ พวกเขาก็ทำตามที่พระองค์ทรงบอกนั้นทุกประการ ไม่ว่าให้ทำอะไรพวกเขาทำตามหมด บางคนอาจจะบอกว่าไม่เสียหาอะไรที่จะลองทำตามเพราะทำมาทั้งคืนแล้วก็ไม่ได้อะไร แต่ถ้าเรามองให้ดีเราจะพบว่าไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะลงอวนและเก็บอวน และไม่ใช่ทำคนเดียวได้จะต้องช่วยกัน แต่พวกสาวก็ทำตามที่พระองค์ทรงตรัสนั้น การเชื่อฟังถ้าไม่มีการประพฤติตามนั้นก็ไร้ผล (ยก.2:26) ความสำเร็จแบบพระเจ้าจะเกิดขึ้นได้ไม่เพียงเพราะการเชื่อฟังเท่านั้น แต่ต้องมีการทำตามความเชื่อนั้นด้วย หากไม่ทำตามก็หาความสำเร็จไม่ได้ บางครั้งอาจเกิดผลเสียมากมายตามมาก็ได้ (ลก.6:49) พระเจ้าให้เราทำแล้วเราจะได้รับ (มธ.7:7-8) พระเยซูทำตามพระทัยของพระบิดาและการงานที่ทำก็สำเร็จ (ยน.4:34) ทำตามน้ำพระทัยของพระเจ้าดีที่สุด เพราะจะนำความสำเร็จมาสู่ชีวิตของเรา เมื่อพระเจ้าเรียกให้เราทำสิ่งใดให้เราเชื่อฟังและทำตามที่พระเจ้าเรียก ทำตามที่พระองค์ทรงบอกให้เราทำ เราเห็นเหตุการณ์เกิดอัศจรรย์ครั้งแรกของพระเยซูที่งานเลี้ยงแต่งงานที่หมู่บ้านคานา พระองค์ทรงเปลี่ยนน้ำเปล่าให้เป็นน้ำเหล้าองุ่นรสชาดดีได้เพราะ สาวใช้เชื่อฟังและทำตามที่พระองค์ทรงบอก (ยน.2:5) ดังนั้นการทำตามน้ำพระทัยของพระเจ้าก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ต้องอาศัยเวลา อาศัยความอดทน ถ้าเราต้องการที่จะเห็นความสำเร็จเกิดขึ้น เราจะต้องมีความอดทน (ฮบ.10:36) แล้วความสำเร็จที่งดงามก็จะเกิดขึ้นผ่านชีวิตของเรา เราจะเกิดความชื่นชมยินดี เราจะมีความสุข ให้เราเชื่อฟังพระเจ้า สัตย์ซื่อต่อพระองค์ ทำตามที่พระเจ้าเรียกหรือบอกให้เราทำ ความสำเร็จแบบพระเจ้าจะเป็นของเรา

ขอพระเจ้าอวยพรครับ

19 ตุลาคม 2553

หน้าซื่อใจคด

          คำว่า "หน้าซื่อใจคด" เป็นคำที่ปรากฎอยู่ในพระคัมภีร์ ถึง 21 ครั้ง ปรากฎอยู่ใน หนังสือมัืืทธิวมากที่สุดถึง 14 ครั้ง รองลงมาอยู่ใน ลูกา 4 ครั้ง และที่เหลืออยู่ใน มาระโก  1ทิโมธี  ยากอบ อย่างละ 1 ครั้ง คำว่า "หน้าซื่อใจคด" ที่ปรากฎอยู่ในพระคัมภีร์นั้นมีความหมายว่า "ไม่จริงใจ" หรือ "ทำเอาหน้า" 
          เราเห็นพระเยซูต่อว่าพวกฟาริสีกับพวกธรรมาจารย์ ที่ชอบทำอะไรเอาหน้า ไม่มีความจริงใจ ต้องการให้คนสรรเสริญเยินยอ ใน มัทธิว 6:2 "เหตุฉะนั้น เมื่อท่านทำทานอย่าเป่าแตรข้างหน้าท่าน เหมือนคนหน้าซื่อใจคด กระทำในธรรมศาลาและตามถนน เพื่อให้คนสรรเสริญ..." 
          จากพระคัมภีร์ตอนนี้ ในขณะที่พระเยซูต่อว่าพวกฟาริสี   พระองค์ก็สอนเราในฐานะที่เป็นผู้เชื่อว่า อย่าได้ทำอย่างคนเหล่านี้ที่ทำเอาหน้า ไม่มีความจริงใจ โพนทนา ตีฆ้องร้องปล่าวให้คนรู้ถึงสิ่งที่ตนทำ  ปลายข้อ 2 ของพระธรรมตอนนี้ ได้บอกว่า เราบอกความจริงแ่ก่ท่านว่า "เขาได้รับบำเหน็จของเขาแล้ว" หมายความว่า คนหน้าซื่อใจคด ได้ัรับ บำเหน็จของเขาไปเรียบร้อยแล้ว บำเหน็จรางวัลของเขา ก็คือคำเยินยอจากมนุษย์ หรือคนที่อยู่รอบข้าง ฟังดูเหมือนดีนะครับ คน "หน้าซื่อใจคด" ได้รับบำเหน็จรางวัลด้วย  แต่พระเยซูยังบอกว่า สิ่งที่ "คนหน้าซื่อใจคด" ยังมีอีก สิ่งนั้นคืออะไร พระคัมภีร์ใน มัทธิว 23:13-15, 23, 25, 27 และ 29 ได้บอกให้เรารู้ว่าสิ่งที่ "คนหน้าซื่อใจคด" จะไ้ด้รับ คือ "วิบัติ" พระเยซูบอกว่า  “วิบัติแก่เจ้า   พวกธรรมาจารย์และพวกฟาริสี   คนหน้าซื่อใจคด..." และใน มัทธิว 24:51 "...ซึ่งที่นั่นจะมีแต่การร้องไห้ขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน"  ถ้าหากเราไม่ต้องการที่จะรับบำเหน็จเช่นเดียวกับคนหน้าซื่อใจคด เราจะต้องทำทุกสิ่งด้วยความจริงใจ ไม่เสแสร้ง เพราะว่าพระเจ้าทรงมองดูเราอยู่ พระองค์ดูที่ท่าทีภายในของเราว่าเป็นอย่างไร อย่าให้เรามีดีแต่เปลือกนอก ของแท้ต้องดูภายใน ไม่ว่าเราทำสิ่งใดผู้ที่จะไ้ด้รับคำสรรเสริญคือพระเจ้าไม่ใช่เรา จงทำทุกสิ่งด้วยความเต็มใจ เหมือนกระทำถวายองค์พระผู้เป็นเจ้า (โคโลสี  3:23) 
         จงตระหนักเสมอว่า ให้เราทำทุกสิ่งเหมือนทำให้กับพระเจ้า ประกาศก็ประกาศให้กับพระเจ้า เลี้ยงดูฝูงแกะ ก็ทำให้กับพระเจ้า ทำงานที่บริษัท ก็ทำอย่างดีเหมือนทำให้กับพระเจ้า ให้เราำสำรวจตัวเราเองดูว่าที่ผ่านมาเราทำสิ่งต่างๆ ด้วยท่าทีอย่างไร