29 กรกฎาคม 2554

ความเชื่อ โดย ท็อด เพาเวอร์

สรุปคำเทศนาวันอาทิตย์ที่ 24 กรกฎาคม 2011



พระเจ้ามีพระสัญญาที่ให้ไว้กับเรามากมาย ถ้าเราอ่านพระวจนะของพระเจ้าเราจะพบกับพระสัญญาของพระเจ้าอยู่เสมอ พระเจ้าไม่เพียงแต่ทำพันธสัญญาหรือให้แนวทางกับเราเท่านั้น แต่พระองค์จะทรงกระทำตามพระสัญญาของพระองค์ด้วย พระองค์จะตอบสนองความต้องการในด้านต่างๆของเรา คือเราจะได้รับพระพร แต่ที่สำคัญเราจะรับพระสัญญาของพระเจ้าเข้ามาในชีวิตได้อย่างไร เราต้องรู้ว่าพระเจ้าแสนดี เราเห็นอย่างชัดเจนจากการทรงสร้างของพระเจ้าใน ปฐก.1-2 พระเจ้าทรงสร้างสรรพสิ่งอย่างดี และเราเห็นในพระกิตติคุณทั้ง 4 เล่ม ที่พระเยซูคริสต์ได้ทรงรักษาคนเจ็บป่วยให้หาย เราไม่เห็นพระคัมภีร์ตอนไหนที่พระเจ้าสร้างความเจ็บป่วย หรือว่าความยากจนให้กับมนุษย์ แต่มนุษย์ทำบาปและนำความเจ็บป่วย ความยากจนและปัญหาต่างๆเข้ามา แต่พระเยซูได้มาช่วยเหลือเราผ่านการตายทีกางเขน เราเห็นน้ำพระทัยของพระเจ้าผ่านทาง ยน.10:10 มาร​นั้น​มา​เพื่อ​จะ​ลัก​ฆ่า​และ​ทำลาย​เสีย แต่พระเยซูมา​เพื่อ​เราจะ​ได้​ชีวิตที่​ครบ​บริบูรณ์​ นี่คือพระสัญญาของพระเจ้าเป็นพระสัญญาที่ดี เราจะรับพระสัญญาของพระเจ้าเข้ามาอย่างไร
คือเราต้องมีความเชื่อ (มก.11:22-24) พระเยซูสั่งให้เรามีความเชื่อและเป็นความเชื่ออย่างไม่สงสัย เชื่อว่าจะได้รับตามที่เราอธิษฐาน ​พระ​เยซู​จึง​ตรัส​ตอบ​เหล่า​สาว​กว่า “จง​เชื่อ​ใน​พระ​เจ้า​เถิด​ เรา​บอก​ความ​จริง​แก่​ท่าน​ว่า ถ้า​ผู้ใดๆ จะ​สั่ง​ภูเขา​นี้​ว่า ‘จง​ลอย​ไป​ลง​ทะเล’ และ​มิได้​สงสัย​ใน​ใจ​แต่​เชื่อ​ว่า​จะ​เป็นไป​ตาม​ที่​สั่ง​นั้น ​ก็​จะ​เป็น​ตามนั้น​จริง เหตุ​ฉะนั้น​เรา​บอก​ท่าน​ทั้ง​หลาย​ว่า ขณะ​เมื่อ​ท่าน​จะ​อธิษฐาน​พระ​เจ้า​ขอ​สิ่ง​ใด จง​เชื่อ​ว่า​ได้รับ และ​ท่าน​จะ​ได้รับ​สิ่ง​นั้น​
จากพระธรรมตอนนี้ เราเห็น 3 สิ่งที่จะทำให้เราได้รับตามพระสัญญาของพระเจ้า เป็น 3 สิ่งที่เราทั้งหลายเห็นจากพระวจนะของพระเจ้า
สิ่งแรก คือ ความปรารถนาของเรา เราต้องมีความปรารถนาหรือมีความต้องการ
สิ่งที่สอง คือ เราต้องอธิษฐานขอในสิ่งที่เราต้องการ ไม่ใช่เป็นการขอแบบตื้อจากพระเจ้า แต่เป็นการขอแบบทำความเข้าใจตรงกันกับพระเจ้าตามน้ำพระทัยของพระองค์
สิ่งที่สาม คือ เราต้งอมีความเชื่อในสิ่งที่เราอธิษฐานว่าสิ่งนั้นเป็นไปตามน้ำพระทัยของพระเจ้า เราต้องเชื่อในพระสัญญาของพระเจ้า เราต้องเชื่อว่าพระเจ้าจะทำตามพระสัญญาของพระองค์
เราเห็นตัวอย่างของพระเยซูที่อธิษฐานต่อพระบิดาแล้วเรียกราซารัสให้ฟื้นขึ้นจากความตาย (ยน.11) พระเยซูถามมาธาว่าเจ้าเชื่ออย่างนี้ไหม (ยน.11:26) นางตอบว่าเชื่อพระองค์เจ้าข้า พระเยซูจึงบอกว่า ถ้าเจ้าเชื่อเจ้าก็จะได้เห็นความยิ่งใหญ่ของพระเจ้า (ยน.11:40) เมื่อพระเยซูอธิษฐานต่อพระบิดาและสั่งด้วยสิทธิอำนาจ ลาซารัสก็ฟื้นขึ้นจากความตาย
ความเชื่อคือความแน่ใจในสิ่งที่เราหวังไว้ เป็นความรู้สึกมั่นใจว่า สิ่งที่ยังไม่ได้เห็นนั้นมีจริง (ฮบ.11:1) ถ้าเรามีความเชื่อเราก็จะได้เห็นความยิ่งใหญ่ของพระเจ้าในชีวิตของเราเหมือนกับคนต่างๆ ในพระคัมภีร์ เช่น อับราฮัม มีลูกโดยความเชื่อเมื่อท่านอายุได้ 100 ปี นางซารายภรรยาของท่านอายุ 90 ปี ดังนั้นกุญแจสำคัญคือความเชื่อ อับราฮัมมีความเชื่อในพระเจ้า ท่านเชื่อมั่นว่าพระเจ้าทรงฤทธิ์กระทำทุกสิ่งได้ตามที่ได้ทรงสัญญาไว้ (รม.4:21) ความเชื่อเป็นความวางใจในพระเจ้า เป็นการวางลง มีลักษณะของการพิง หรือพักไว้ เป็นความมั่นใจ เหมือนที่อ.เปาโลมีความมั่นใจในพระวจนะของพระเจ้าว่าเป็นฤทธานุภาพของพระเจ้า อ.เปาโลจึ่งไม่มีความละอายต่อข่าวประเสริฐ (รม.1:16) ข่าวประเสริฐเป็นเหมือนระเบิด ที่พร้อมจะระเบิดออกมาเมื่อมีการจุดชนวน ด้วยประกายไฟแห่งความเชื่อ เราเห็นความเชื่อของหญิงที่ป่วยเป็นโรคโลหิตตกมาได้ 12 ปี นางมีความเชื่อ นางเชื่อว่าเพียงได้แตะต้องชายฉลองของพระเยซูนางก็จะหายโรคได้ นางจึงพยายามที่จะเบียดเสียดกับคนอื่นๆ ที่จะเข้าไปให้ถึงพระเยซู (มก.5:25-34) พระเยซูตรัสว่า ที่เจ้าหายเพราะเจ้าเชื่อ เราเห็นอีกตัวอย่างหนึ่งที่พระเยซูทรงรักษาลูกสาวของไยรัสที่ตายแล้วให้ฟื้นขึ้นมาอีก สิ่งที่พระเยซูได้บอกกับไยรัสว่า อย่าวิตกเลยจงเชื่อเท่านั้นเถิด (มก.5:36)
เราเห็นแล้วว่าความเชื่อเป็นประกายไฟที่จะจุดระเบิดให้เกิดการระเบิดขึ้นในชีวิตของเรา พระองค์พร้อมที่จะช่วยเหลือเราอยู่เสมอ พระองค์ตรัสว่า “ถ้าช่วยได้นะหรือ ใครเชื่อก็ทำได้ทุกสิ่ง” (มก.9:23) ให้เรารักษาความเชื่อของเราเอาไว้ และให้เราพัฒนาความเชื่อของเราให้มีมากขึ้น ความเชื่อสามารถช่วยเราได้ เราสามารถประสบความสำเร็จได้ด้วยความเชื่อ (สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ www.churchofpeace2010.org)

ขอพระเจ้าอวยพรครับ

28 กรกฎาคม 2554

เชิญร่วมนมัสการพระเจ้าและสัมมนาพิเศษ

วันอาทิตย์ที่ 31 กรกฎาคมนี้
คริสตจักรแห่งสันติภาพได้รับเกียรติจาก ท่านอาจารย์ประพันธ์ หน่อราช จะมาเทศนาในช่วงเช้า และในช่วงบ่ายท่านจะสอนเชิงสัมมนาอีก 2 ชั่วโมง หากพี่น้องที่สนใจจะไปรับพระพรร่วมกันก็ขอเรียนเชิญครับ

ประวัติ (ย่อ) อาจารย์ประพันธ์ หน่อราช
อดีตศิษยาภิบาลคริสตจักรไทยล้านนา จ.เชียงใหม่ ผู้แปลหนังสือเรื่องหมายสำคัญสุดท้าย ผู้เขียนหนังสือ รับพรเพื่อเป็นพร และมีหนังสือที่ท่านแปลอีกหลายเล่ม รวมทั้งยังได้เขียนบทความต่างๆอีกมากมาย ที่เป็นประโยชน์กับพี่น้องคริสเตียน (ต้องขออภัยที่ไม่ไ้ด้ใส่ประวัติทั้งหมดของท่านฯ)

คริสตจักรแห่งสันติภาพ
ห้องประชุมโสน อาคาร2 ชั้น 2 โรงเรียนบางกะปิ ตรงข้ามนิด้า ถนนเสรีไท

รายการวันอาทิตย์ที่ 31 กรกฎาคม 2011 นี้
08.15-09.00 อธิษฐานภาคเช้า
09.00-09.30 เตรียมสถานที่
09.30-12.00 นมัสการ-เทศนา โดยอาจารย์ประพันธ์ หน่อราช
12.00-13.00 อาหารกลางวัน
13.00-15.00 สัมมนาพิเศษ โดยอาจารย์ประพันธ์ หน่อราช
15.00-16.00 จัดเก็บอุปกรณ์และสถานที่

23 กรกฎาคม 2554

เชิญร่วมนมัสการและฟื้นฟูจิตวิญญาณ

เรียนเชิญพี่น้องทุกท่านร่วมนมัสการและรับการฟื้นฟูจิตวิญญาณกับ อาจารย์ท็อด เพาเวอร์ ที่คริสตจักรแห่งสันติภาพ (กรุงเทพฯ) ณ ห้องประชุมโรงเรียนบางกะปิ ตรงข้ามนิด้า วันอาทิตย์ที่ 24 กรกฎาคม 2011 เวลา 09.30-12.00 น

ขออภัยที่แจ้งข่าวสารล่าช้า

ขอพระเจ้าอวยพรครับ